วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 1 ความหมายของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

       ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ หมายถึง  เป็นประเภทหนึ่งในแหล่งการเรียนรู้ ที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบศูนย์การเรียนรู้ประกอบด้วย โครงสร้างการบริหาร  อาคารสถานที่  มีรโยบายเป็นระบบ การทำงานอย่างเป็นระบบ  และแหล่งสนับสนุนสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ กิจกรรม  ให้เกิดการเรียนรู้  ซึ่งการที่ได้รับประสบการณ์ จนเกิดการพัฒนาเป็น ความรู้ ทักษะ แนวคิด จนเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นพฤติกรรมใหม่

ตัวอย่างศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้


ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา


พันธกิจ
ส่งเสริมความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มคุณภาพทรัพยากรบุคคลของประเทศ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ตามอัธยาศัยและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ที่มา : http://www.sciplanet.org/

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ศึกษาดูงานแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ สวนหลวง ร.9 ชลบุรี

อาคารห้องสมุด
ความเป็นมา  ได้จัดสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดคือ  เป็นห้องสมุดที่มีหนังสือ ข้อมูล สื่อมัลติมีเดียหลากหลายรูปแบบ  รวมทั้งมีพื้นที่กิจกรรมเอนกประสงค์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้โดยผ่านประสบการณ์ภาคปฏิบัติ  เพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และค้นพบความถนัดของตน  มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายจากกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการเรียนรู้ที่เพลิดเพลิน  รวมทั้งรูปแบบการตกแต่งที่ทันสมัย มีสีสัน เข้ากับโลกสมัยใหม่ และมีกระบวนการจัดตั้งและดำเนินงานที่คำนึงถึงหลัก "ผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง" อาทิ จัดตั้งในพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย มีการคมนาคมสะดวก ปลอดภัย และรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะเยาวชนอย่างต่อเนื่อง  เพื่อประกอบการตัดสินใจและดำเนินงาน ประกอบไปด้วย 5 ห้อง ดังนี้
-                   ห้องสมุดมีชีวิต
-                   ห้องโลกของเงา
-                   ห้องลานสานฝัน
-                   โรงภาพยนตร์ 4 มิติ
-                   ห้องบังคับการเรือ


ศูนย์วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์
ประวัติความเป็นมา  เพื่อเทิดพระเกียรติ เกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในฐานะที่ทรงเป็น พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ประกอบกับนโยบายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ที่มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อให้จังหวัดชลบุรีเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ที่ต้องสร้างโอกาสและพัฒนาการศึกษา รวมทั้งกระบวนการเรียนรู้ให้ประชาชนชาวชลบุรีทุกคนคิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างฐานะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการทำนุบำรุงรักษาและถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นของประชาชนชาวจังหวัดชลบุรี จึงเห็นสมควรจัดทำโครงการศูนย์วิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ขึ้นโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ภายนอกเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์แบ่งเป็น 14 โซน, ภายในเป็นศูนย์ดาราศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลอง) มีรายละเอียดโซนต่างๆ ดังนี้
โซนที่ 1 "ถอดรหัสลับในเซลล์"
โซนที่ 2 "สัตว์โลกของเรา"
โซนที่ 3 "มารู้จักพืชกันเถอะ"
โซนที่ 4 "มิติใหม่สารใกล้ตัว"
โซนที่ 5 "ไขปริศนาดาราศาสตร์"
โซนที่ 6 "โลกของเรา"
โซนที่ 7 "เทคโนโลยีอวกาศ"
โซนที่ 8 "นักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก"
โซนที่ 9 "ร่างกายของเรา"
โซนที่ 10 "โลกอิเลคทรอนิกส์"
โซนที่ 11 "เทคโนโลยีสารสนเทศ"
โซนที่ 12 "พลังงานยุคใหม่"
โซนที่ 13 "ทฤษฎีการสร้างภาพ 3 มิติ"
โซนที่ 14 "พันธุวิศวกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ & นาโนเทคโนโลยี"


แหล่งที่มา: www.chonburipark.com
คลิปภูมิปัญญาท้องถิ่น  ฮ่อยจ๊อ จรินทร์หนองมน


URL: http://www.youtube.com/watch?v=a-aE8HLG6bY

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ชื่อแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ : ฮ่อยจ๊อ (ร้านจรินทร์)
ประวัติความเป็นมา :
ฮ่อยจ๊อ เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่เติบโตจากธุรกิจครอบครัวกว่า 34 ปี โดยผู้บุกเบิกธุรกิจนี้ คือ คุณจรินทร์ ซึ่งต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเองเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว โดยเลือกทำอาหารมาขายที่เยาวราชและได้เลือกฮ่อยจ๊อและแฮ่กึ๊น เพราะเป็นอาหารที่รับประทานกับข้าวหรือทานเล่นได้ เป็นเมนูยอดนิยมของโต๊ะจีน และยังใช้เป็นของเซ่นไหว้ในงานเทศกาลต่างๆตามขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีน จนเป็นที่รู้จักและยอมรับของชุมชนนั้นเรื่อยมา ตระกูลคุณชายถนัดศรีมาชิม เริ่มร้านแรกอยู่บางแสน ที่ตลาดหนองมน ริมถนนสุขุมวิท ตั้งแต่นมนาน ของอร่อยที่ขึ้นชื่อก็คือ ฮ่อยจ๊อ ลูกโต เนื้อแน่นอุดมไปด้วยเนื้อปู มีรสชาติอร่อยเต็มคำ จิ้มกับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยหวานหอมเข้ากันดี หรืออาจจะเป็นแฮ่กึ๊นที่แสนอร่อย

เอกลักษณ์/จุดเด่นของแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ :
      เป็นฮ่อยจ๊อที่มีเนื้อปูอัดแน่น ใช้วัตถุดิบที่สด สะอาด ถูกหลักอนามัย น้ำจิ้มสูตรเด็ด กรอบนอกนุ่มใน เป็นที่ขึ้นชื่อของห้องอาหารจรินทร์
มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ (ถ้ามี) : ได้รับรางวัลเชลล์ชวนชิม
ความสัมพันธ์กับชุมชน : อาหารทะเลแปรรูป เป็นกลุ่มชุมชนที่รวมตัวกันนำอาหารทะเลมาแปรรูป โดยใช้ภูมิปัญญาจากบรรพบุรษชาวจีน โดยเริ่มจากการทำ ฮ่อยจ๊อแต่ละเม็ดต้องผ่านกระบวนการในการทำฮ่อยจ๊อมากมาย เช่น การคัดสรรวัตถุดิบในการทำฮ่อยจ๊อ นำคนในชุมชนมาช่วยกันทำ หรือห่อฮ่อยจ๊อ
เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต :
       เทคนิคเคล็ดลับความอร่อย คือการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ สดใหม่ สะอาด ถูกหลักอนามัย มีความพิถีพิถันในการเลือกคัดสรรเนื้อปูสด เนื้อหมูสด รสชาติอร่อย กรอบนอกนุ่มในแน่นเนื้อปู
เส้นทางในการเดินทาง :
จากกรุงเทพฯมีรถโดยสารประจำทางสถานีขนส่งหมอชิตกรุงเทพฯ รถปรับอากาศชั้น 1 และชั้น 2 มาจังหวัดชลบุรี  รถปรับอากาศชั้น 1 (กรุงเทพฯ ศรีราชา) ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ลงตลาดหนองมน


แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในรูปแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น

ชื่อภูมิปัญญา จรินทร์หนองมน

ประเภทของภูมิปัญญา ภูมิปัญญาท้องถิ่นประเภทบุคคล

สถานที่ของการเก็บข้อมูล   ร้านจรินทร์หนองมน  จังหวัดชลบุรี
องค์ความรู้ที่ได้   
- ร้านจรินทร์เป็นร้านอาหารทะเลชื่อดังร้านหนึ่งร้านแรกอยู่ข้างในบางแสน ส่วนร้านอีกแห่งที่ตลาดหนองมน ริมถนนสุขุมวิท ของอร่อยที่ใครๆก็ถามหาคือ ฮ่อยจ๊อ ลูกโต เนื้อแน่นอุดมไปด้วยเนื้อปู มีรสมีชาติอร่อยเต็มคำ จิ้มกับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยหวานหอมเข้ากันดี ปูจ๋าเนื้อแน่นเต็มกระดองสีเหลืองสวย กับน้ำพริกไข่ปูทำจากไข่ปูสดๆ รสชาติจัดจ้านเผ็ดอร่อย นับว่าฮ่อยจ๊อ ปูจ๋า น้ำพริกไข่ปูจากร้านจรินทร์สามารถนำไปเป็นของฝากได้เป็นอย่างดี
องค์ความรู้(ต่อ)
- ร้านจรินทร์หนองมน บริหารงานโดยพี่เตี้ย ซึ่งเป็นผู้สืบทอดสูตรฮ้อยจ๊อที่อร่อย โดยเป็นสูตรที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งในปัจจุบันอาหารของร้านนั้นเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวทั่วไปที่แวะมาซื้อของขวัญของฝากที่หนองมน จังหวัดชลบุรี
กลุ่มสาระในการเรียนรู้ 
- กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
กลุ่มเป้าหมายในการเรียนรู้ 
- เรียนรู้เพื่อศึกษาอาชีพของบุคคลนั้น ว่ามีเทคนิคหรือเคล็ดลับการทำฮ่อยจ๊ออย่างไรให้อร่อยและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปและเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ดีในการไปศึกษาหาความรู้นอกสถานที่





วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

แหล่งการเรียนรู้ใกล้บ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์

การแบ่งประเภทของแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์  โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
ประเภทที่ 1 แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทบุคคล
ตัวอย่างที่ 1
ตัวอย่างที่ 2


ประเภทที่ 2 แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทวัตถุและอาคารสถานที่

ตัวอย่างที่ 1

ตัวอย่างที่ 2
ประเภทที่ 3 แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภททรัพยากรธรรมชาติ
ตัวอย่างที่ 1

ตัวอย่างที่ 2
ประเภทที่ 4 แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทสื่อ
ตัวอย่างที่ 1

ตัวอย่างที่ 2

องค์ความรู้ที่ได้เหมาะสมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม
องค์ความรู้ที่ได้จากแหล่งการเรียนรู้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ ได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ที่มีประเพณีสืบทอดต่อกันมา โดยการจัดงานสงกรานต์ในแต่ละพื้นที่จะมีรูปแบบการจัดงานแตกต่างกันไป ทำให้สามารถได้เรียนรู้ประเพณีต่างๆได้หลากหลายทั้งที่เคยเห็นมาก่อนและไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งประเพณีและกิจกรรมในวันสงกรานต์มีกิจกรรมมากมาย ดังเช่น ทำบุญตักบาตร ทั้งนี้เพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่ชีวิต ปล่อยนกปล่อยปลา คนไทยมีความเชื่อว่าการปล่อยนกปล่อยปลา ถือว่าเป็นการอโหสิกรรมและชำระบาปในส่วนที่ตนเป็นผู้ก่อ อีกทั้งทำให้เคราะห์ร้ายที่จะเกิดขึ้นหมดไป  สรงน้ำพระพุทธรูป และสรงน้ำพระภิกษุสามเณร การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ได้แก่ บิดา มารดา ญาติผู้ใหญ่ และบุคคลที่มีพระคุณ การรดน้ำผู้ใหญ่ในวันสงกรานต์ ด้วยต้อง การขอขมาสิ่งที่อาจจะล่วงเกินผู้ใหญ่ ในบางครั้ง รวมถึงเป็นการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล และข้อคิดเตือนใจแก่ตนเอง อีกทั้งเพื่อเป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณอีกด้วย การรดน้ำ ถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ซึ่งแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีของบุตรหลานที่มีต่อบุพการีหรือญาติผู้ใหญ่ อีกทั้งเป็นการขอพรจากบิดามารดา ญาติผู้ใหญ่ เพื่อเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ และการละเล่นสาดน้ำ ประเพณีนี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของวันสงกรานต์เลยทีเดียว ด้วยงานฉลองวันสงกรานต์นั้นเป็นช่วง ฤดูร้อน ประเพณีเริ่มจากการที่มีการสรงน้ำพระ และรดน้ำญาติผู้ใหญ่ การเล่นสาดน้ำนั้นนิยมกันในหมู่ของหนุ่มสาว น้ำที่ใช้สาดกันนั้นจะใส่น้ำอบ น้ำหอม แต่ในปัจจุบันประเพณีอันดีงามอันนี้ได้จางหายไปตามกาลเวลาและยุคสมัย   สิ่งที่ได้จากเทศกาลสงกรานต์ เป็นการแสดงความเคารพบูชาต่อสิ่งที่ตนเคารพ ต่อบิดามารดา และผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ   การชำระจิตใจ และร่างกายให้สะอาด   การรักษาประเพณีมาแต่เดิม  การสนุกสนานรื่นเริงในรอบปี และพักจากงานประจำชั่วคราว เพื่อจะไปพักผ่อนหย่อนใจ   การเตือนสติว่ามนุษย์นั้นผ่านไป 1 ปีแล้วและในรอบปีที่ผ่านมา เราได้ทำอะไรบ้างและควรจะทำอะไรต่อไปในปีที่กำลังจะมาถึง  เป็นการเตรียมตัวบวช ถ้าเป็นผู้ชายโดยเอาระยะเวลานี้บวชกัน เพราะหลังสงกรานต์ต้องเตรียมตัวทำนาแล้ว  และเป็นการทำความสะอาดพระ โต๊ะบูชา บ้านเรือน ทั้งในและนอกบ้าน
ประโยชน์ที่ได้จากการได้ไปเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์
1. ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสใช้ความสามารถของตนเองในการเรียนรู้อย่างเต็มที่
2. ผู้เรียนมีโอกาสตัดสินใจในการเลือกเรียนตามช่องทางที่เหมาะกับความสามารถของตนเอง
3. ทำให้กระบวนการเรียนรู้ง่ายขึ้น
4. ผู้เรียนมีอิสระในการเลือก
5. ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ในทุกเวลา ทุกสถานที่
6. ทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
7. ลดเวลาในการเรียนรู้และผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้มากกว่าเดิมในเวลาเท่ากัน
8. ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทั้งในแนวกว้างและแนวลึก
9. ช่วยให้ผู้เรียนรู้จักเสาะหาแหล่งการเรียนรู้
10. ฝึกให้ผู้เรียน คิดเป็นและสามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้
 แหล่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ วัดและสถานที่จัดงานประเพณีสงกรานต์ เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ช่วงเทศกาลสงกรานต์
เทศกาลสงกรานต์เป็นแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทสื่อ เหมาะสมกับการเรียนรู้ช่วงเทศกาลสงกรานต์เพราะเป็นแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับสื่อต่างๆ เช่น สื่อทางด้านกายภาพ  สื่อทางด้านวิธีการ  สื่อท้องถิ่น สื่อกิจกรรม และสื่อประเภทอื่นๆ ที่เป็นแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ที่สามารถถ่ายทอดวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น  สื่อท้องถิ่น ประเภทเพลง เช่น หมอลำ รำวงย้อนยุค ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานให้กับชาวบ้านทุกวัยและเป็นกิจกรรมที่สร้างความรัก ความสามัคคี ให้กับคนในหมู่บ้านได้เป็นอย่างดี  และยังมีการใช้สื่อประเภทกิจกรรม ซึ่งเป็นกิจกรรมพื้นบ้านที่ชาวบ้านนิยม สืบทอดกันมา เช่น กาละเล่นต่างๆ  การก่อพระทราย และอื่นๆ อีกมากมาย  ดังนั้นประเพณีสงกรานต์จึงเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สามารถเรียนรู้ได้เป็นอย่างดีและยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีให้สืบต่อไป


วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

แหล่งการเรียนรู้ประเภทบุคคล

แหล่งการเรียนรู้ประเภทบุคคล   หมายถึง  บ่อเกิดหรือศูนย์รวมของวิชาความรู้ที่เป็นบุคคลที่อยู่ในชุมชน คือ  บุคคลที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่สามารถถ่ายทอดความรู้ที่ตนเองมีอยู่ให้ผู้สนใจหรือผู้ต้องการเรียนรู้ในชุมชนได้  เช่น บุคคลที่มีทักษะความสามารถในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคลมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพราะวิทยาการต่าง ๆที่เกิดขึ้นในอดีตและเกิดขึ้นใหม่และที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคตย่อมมาจากบุคคลทั้งสิ้นอาจจำแนกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้                
       1.1  แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นทางการ               
       1.2 แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคลที่เป็นไปตามสภาพและบทบาทในสังคม               
       1.3 แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคลที่เป็นไปโดยสายงานในการประกอบอาชีพต่าง ๆ               
       1.4 แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคลที่เป็นความสามารถเฉพาะตัว เช่น ศิลปิน ช่างฝีมือ ผู้รู้ ผู้ปฏิบัติต่าง ๆ                
       1.5 แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคลที่ถือว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น
ตัวอย่าง คลิปที่ 1 คุณครูชาวนาปราชญ์เดินดิน เดชา ศิริภัทร

 ปัจจุบันคุณครูเดชา ศิริภัทร เป็นผู้อำนวยการมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี เขายังคงแนะนำชาวนาทำข้าวโดยเลี่ยงการใช้ปุ๋ย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าข้าว โดย"ทำ"เพื่อ"สอน"
เขาเลือกที่จะเป็นเกษตรกรด้วยเหตุผลที่ชัดเจน
      "เกษตรกรไม่ต้องพึ่งใคร ไม่ต้องสนเลยว่า เศรษฐกิจจะเป็นยังไง จะรบกันที่ไหน เงินเฟ้อ เงินฟุบ เพราะคุณพึ่งตัวเองได้ มีที่อยู่อาศัย มียารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม ทำได้หมด
      ประการต่อมา อาหารเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ ยังไงก็มีคนกิน ไม่มีทางล้นตลาด ยิ่งในอนาคต อาหารที่ดีมีคุณภาพและปลอดสารพิษ คนรวยยิ่งแย่งกัน ฉะนั้น ไม่ต้องกลัวเลย เกษตรกรที่ทำเพื่ออยู่เพื่อกิน เรากินของดี ถ้าเหลือก็เอาของดีแบ่งขาย.."

ตัวอย่าง คลิปที่ 2 สูตรตบนมของ กุ้ง” “เขมมิกา ณ สงขลาหนึ่งเดียวในไทยและหนึ่งเดียวในโลก

                ความสวย ความงาม เป็นสิ่งที่อยู่กับผู้หญิงมาทุกยุคทุกสมัย ในอดีตไม่มีเครื่องหมายเครื่องมือ หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างการทำศัลยกรรมเสริมความงามอย่างในปัจจุบัน ดังนั้น ภูมิปัญญาไทยในอดีตใช้การนวด การบริหารร่างกาย ช่วยกระชับ ทรวงทรง องค์เอว ให้ได้รูปดูสวยงาม เฉกเช่น การนวดเสริมทรวงอก หรือการนวดกระชับใบหน้าให้หน้าได้รูปทรง  จนเป็นที่มาของอาชีพ ตบนม เสริมทรวงอก หรือ ตบหน้ากระชับ ให้แอ๊บแบ๊วสวยใส และเจ้าของสูตรตบนม ตบหน้า ที่ฮือกระฉ่อน และดังไปไกลถึงต่างแดน ของต้องยกให้กับ สูตรตบนมของ กุ้ง” “เขมมิกา ณ สงขลาหนึ่งเดียวในไทยและหนึ่งเดียวในโลก ที่สามารถการันตีสาวใดที่ผ่านมือตบ ของคุณกุ้ง รับประกันได้นมโตขึ้นอย่างแน่นอน
                เขมมิกา เล่าว่า ที่มาของอาชีพตบนม ตบหน้า นั้นมาจาก คุณยายได้ถ่ายทอดให้ เกิดขึ้นมาจากในตอนช่วงวัยรุ่น เป็นคนหน้าอกเล็ก และเป็นอกไก่ หาวิธีว่าจะทำอย่างไร ที่จะทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้น และมีร่องอกเหมือนกับสาววัยเดียวกัน ยายได้ถ่ายทอด โดยการสอนการบริหารเต้านมแบบภูมิปัญญาดั้งเดิม ด้วยการนวดเต้านมทุกวัน และด้วยความที่ตนเองเป็นคนใจร้อนทำช้าเห็นผลช้า ก็เลยนวดและตบแรงและเร็ว ปรากฏว่า ได้ผลดี นมใหญ่ขึ้น และมีร่องอก ใช้เวลากว่า 1 เดือนเห็นผลชัดเจน